คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

เตือนอย่าหลงเชื่อ! อุปกรณ์ลดนอนอาการกรนขนาดจิ๋ว ขายเกลื่อนว่อนเน็ต

อย. เตือน อย่าหลงเชื่อโฆษณาอุปกรณ์ลดนอนอาการกรนขนาดจิ๋ว ขายเกลื่อนว่อนเน็ต ย้ำ ไม่เคยอนุญาตโฆษณา ไม่ช่วยให้หายขาด

นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหาร และยา เปิดเผยว่า กรณีมีเรื่องราวของกลุ่มมิจฉาชีพหลอกขายอุปกรณ์แก้อาการกรนขนาดจิ๋ว ซึ่งมีลักษณะเป็นจุกเล็กๆ 2 ข้างใส่เข้าไปในรูจมูก โดยอวดอ้างคุณสมบัติของเครื่องว่าจะทำการเป่าลม เพื่อเข้าไปขยายทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมือนกับเครื่อง CPAP นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ขอชี้แจงว่า อาการนอนกรนนั้น เกิดจากเพดานอ่อนลิ้นไก่ยาว และ โคนลิ้นที่โต จะตกลงมาบังหรือปิดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบ ทางเลือกหนึ่งซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญใช้ในการรักษา คือ การใช้เครื่องเป่าลมหายใจส่วนบน (CPAP) ซึ่งลมที่เป่าเข้าไปจะไปถ่างทางเดินหายใจให้กว้างออก ทำให้ไม่เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหานอนกรนแบบธรรมดาจนถึงผู้ที่มีปัญหานอนกรนแบบอันตราย (ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ)

สำหรับอุปกรณ์นอนกรนขนาดจิ๋วที่มีขายกันเกลื่อนทางอินเทอร์เน็ต นั้ย อย. ขอเตือนผู้บริโภคอย่าซื้อมาใช้ ซึ่ง อย. ไม่เคยอนุญาตให้มีการผลิต นำเข้า และ โฆษณาขายสินค้าดังกล่าว เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถแก้อาการนอนกรนได้ อีกทั้งเป็นการโฆษณาชวนเชื่อให้ผู้บริโภคหลงผิด เสี่ยงอันตรายได้ของที่ไม่มีคุณภาพการแก้ปัญหานอนกรน

ในเบื้องต้น ผู้บริโภคควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค โดยการหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนัก หากมีภาวะน้ำหนักเกินควรเปลี่ยนท่าทางในการนอนเป็นท่านอนตะแคง หลีกเลี่ยงท่านอนหงาย เนื่องจากอาจทำให้เกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจได้ง่ายกว่าท่านอนตะแคง ห้ามใช้ยาที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เช่น ยานอนหลับ ยากล่อมประสาทบางชนิด และควรเลิกการสูบบุหรี่ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การใช้อุปกรณ์ช่วยลดการนอนกรนต่าง ๆ ควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วเท่านั้น

ประชาชนแห่สักการะคำชะโนด บางกอก หลังมีคนถูกรางวัล

ประชาชน แห่ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่คำชะโนด บางกอก หลังมีหลายคนถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวหลายใบ

วันนี้(1 พ.ย.) บรรยากาศที่ คำชะโนด บางกอก ภายในซอย รามคำแหง 100 วันนี้ มีนักท่องเที่ยว เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และขอพรกันจำนวนมาก เนื่องจากวันนี้เป็นวันหวยออก ซึ่งวันนี้ มีผู้ถูกหวยล๊อตเตอรี่ หลายราย

นายวันเฉลิม บุญโตนด หรือ นานา อายุ 20 ปี ชาวกำแพงเพชร เป็นพนักงานดูแลเรื่อง เรื่องดอกไม้ธูปเทียนให้กับผู้ที่จะมาสักการะพญานาค 7 เศียร ที่คำชะโนดบางกอก เป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ถูกรางวัลล็อตเตอรี่ 2 ตัว เล่าว่าเมื่อคืน ได้นำน้ำแดง มาไหว้ ที่เรือเจ้าแม่ตะเคียนทอง อายุกว่า 300 ปี โดย ได้กราบไหว้ และได้นำแป้ง มาลูบ บริเวณ เรือ ปรากฎ ว่า เห็นเป็นตังเลข 85 ขึ้นมา จึงได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเลขท้าย 2 ตัว เลข 85 มา 7 ใบ ทำให้ถูกรางวัล เช่นเดียวกับนายพิศาล บุญแสนแก้ว หรือ อ้วน เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่ถูกรางวัลเลขท้ายเช่ยเดียวกัน

สำหรับบรรยากาศ ที่คำชะโนด วันนี้ ยังคงมีประชาชนเข้ากราบไหว้ สักการะเป็นปกติ ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

รวบแล้ว! ผู้ต้องหาแทงเด็กปวช. เสียชีวิตย่านจรัญฯ

ตร.รวบผู้ต้องหาแทงเด็กปวช.ตายบนสะพานลอยได้แล้ว อยู่ระหว่างควบตัวมาสอบสวนที่ สน.บางพลัด จ่อแจ้ง 2 ข้อหา

พ.ต.ท.วรเดช ชมภูพันธ์ รองผู้กำกับการสอบสวน สน.บางพลัด เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ว่าล่าสุด ชุดสืบสวนสามารถจับกุมตัว ผู้ต้องหาอายุ 20 ปีที่ก่อเหตุ ใช้อาวุธมีดแทงนักเรียน ปวช.ชั้นปีที่ 2 อายุ 16 ปี เสียชีวิตบนสะพานลอยคนข้าม หน้าโรงเรียนบางอ้อศึกษา ซอยจรัญสนิทวงศ์ 89 เขตบางพลัด ได้แล้ว

โดยจับกุมได้ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัวมาที่ สน.บางพลัดเพื่อสอบปากคำ หาสาเหตุแรงจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับชู้สาว หรือความขัดแย้งทางสถาบัน

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธมีด ส่วนจะเข้าข่ายข้อหาอื่นๆเพิ่มเติมหรือไม่ต้องรอสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมก่อน ขณะที่การทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จะต้องถามความสมัครใจของผู้ต้องหา และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะหากเป็นความขัดแย้งทางสถาบัน อาจมีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นได้ แต่หากผู้ต้องหายินดีที่จะทำแผน ก็เป็นได้ที่จะต้องทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันนี้

ชาวบ้านโวย! สนามฟุตซอล 2.3 ล้านบาท แต่สภาพพังยับเยิน

สนามฟุตซอลที่ จ.สุรินทร์ มีงบประมาณการสร้าง 2.3 ล้านบาท แต่สภาพพังยับ บวม นูน พื้นหลุดเป็นแผ่น ใช้งานไม่ได้และไม่ได้รับการซ่อมแซม อบต. วอนผู้รับเหมาเร่งซ่อมแซมด่วน

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากเด็กวัยรุ่นบ้านตระแสง ต.ตระแสง จ.สุรินทร์ ว่า โครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลเป็นงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ราคากลาง 2,300,000 บาท ผู้ที่ได้งานคือ หจก.ศิริไพศาลสุรินทร์ก่อสร้าง ได้งานในราคา 2,089,900 บาท

โดยเริ่มเซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ดำเนินการสิ้นสุดการทำงานเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559 โดยสนามดังกล่าวได้ชำรุดเสียหาย สภาพที่เห็นคือพื้นหลุดร่อนเป็นแผ่น และบวมนูนเป็นอย่างมาก ทำให้เมื่อมีการแข่งขันกีฬาหมู่บ้านไม่สามารถใช้พื้นนี้ตรงนี้ในการจัดงานได้

จากการสอบถาม นายพรเพ็ชร สงข์จันทร์ นายก อบต.ตระแสง กล่าวว่า ทาง อบต.ตระแสง ก็ไม่ได้นิ่งดูดาย ได้เข้าไปตรวจสอบสนามพร้อมกับได้แจ้งไปยังผู้รับเหมาให้มาดำเนินการแก้ไขให้กับชาวบ้านและเด็กที่ชื่นชอบกีฬา เพราะช่วงนี้ก็ใกล้วันแข่งขันกีฬาหมู่บ้านแล้ว ทาง อบต.ได้แจ้งผู้รับเหมาไปประมาณ 6 ครั้ง และครั้งสุดท้ายคือวันที่ 7 ตุลาคม 2560 ได้รับคำตอบจากผู้รับเหมาว่าจะมาดำเนินการแก้ไขให้เร็วๆ นี้ แต่ก็ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม

หากทางผู้รับเหมาไม่มาซ่อมแซมสนามฟุตซอลดังกล่าว ทาง อบต. ก็จะดำเนินการซ่อมแซมเองพร้อมกับจะยึดเงินค้ำจำนวน 104,450 บาท โดยเงินค้ำที่จะนำมาซ่อมแซมนั้นอย่างไรก็ไม่พอ ทาง อบต. ก็จะดำเนินการฟ้องผู้รับเหมาเพื่อเรียกค่าเสียหายในส่วนต่างต่อไป

บุกจับหนุ่มมีต้นกระท่อมปลูกในบ้าน อ้างไม่รู้ว่าเป็นต้นกระท่อม

หนุ่มลำพูนถูกรวบคาบ้าน หลังเจ้าหน้าที่ทหารเเละตำรวจสนธิกำลังเข้าตรวจค้น พบมีต้นกระท่อมสูงประมาณ 2 เมตร ปลูกอยู่ในบ้าน เจ้าตัวอ้าง ไม่รู้ว่าคือต้นกระท่อม

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค.) ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดลำพูนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง หลังสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการลักลอบปลูกต้นกระท่อมไว้ภายในบ้าน โดยมี นายสุพัฒน์ อายุ 33 ปี พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบของกลางต้นกระท่อมสูงประมาณ 2 เมตร จำนวน 1 ต้น น้ำหนักรวมประมาณ 40 กิโลกรัม ใบกระท่อม น้ำหนักรวม 1 กิโลกรัม จึงได้จับกุมตัวไว้

จากการสอบสวน นายสุพัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ตนไม่ทราบว่าต้นไม้ดังกล่าวคือต้นกระท่อมแต่ได้ซื้อบ้านหลังนี้ต่อจากคนอื่นมาได้ 3 ปีแล้ว และได้ปลูกใบย่านางไว้กิน และได้เลื้อยขึ้นไปบนต้นดังกล่าวจึงได้ทำการตัดยอดลงมา กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจค้นและบอกว่าต้นดังกล่าวคือต้นกระท่อม เป็นสิ่งของผิดกฎหมาย

หลังการสอบสวนแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดก็ไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด แต่เนื่องจากมีหลักฐานเป็นต้นกระท่อมที่มีความสูงอยู่ภายในบ้าน จึงถือว่าผิดกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อกล่าวหา “เป็นผู้ผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กระท่อม) และมีไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” จากนั้นได้นำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้ว่าฯกทม. สั่งปลดป้ายผ้าไว้อาลัยให้เสร็จคืนนี้ เพื่อเตรียมการออกทุกข์

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งสำนักงานเขต แจ้งห้างร้าน ปลดป้ายผ้าไว้อาลัยให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้ เพื่อเตรียมการออกทุกข์ ในวันพรุ่งนี้

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ภายในคืนนี้จะต้องมีการจัดเก็บป้ายผ้าไว้อาลัย สัญลักษณ์การไว้ทุกข์ให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 05.00 น.ในวันพรุ่งนี้ เพื่อที่จะออกทุกข์ พร้อมกันในวันที่ 30 ตุลาคม โดยได้สั่งให้ทางสำนักงานเขต ดำเนินการแจ้งต่อห้างร้าน,ผู้ประกอบการ ภายในพื้นที่ ให้ดำเนินการจัดเก็บป้ายผ้าไว้อาลัยทั้งหมดแล้ว

และสำหรับพระเมรุมาศจำลอง ใน 9 จุดใหญ่ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น จะยังไม่ดำเนินการรื้อถอน โดยจะมีการปรับเปลี่ยน เป็นจัดกิจกรรมเพื่อให้ประชนได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งทางกรุงเทพฯ จะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมโดยอาจใช้เป็นที่จัดแสดงโครงการในพระราชดำริ,พระราชกรณียกิจ และภาพของประชาชนในพื้นที่ต่างๆที่ได้เดินทางมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในพื้นที่ต่างๆ

ประชาชน ทยอยเข้ากราบพระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ 9

ประชาชน ทยอยเข้ากราบพระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

บรรยากาศที่ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ในช่วงเช้าวันนี้ มีประชาชนทยอยเดินทางมา เพื่อเข้ากราบพระบรมราชสรีรางคารและพระพุทธชินสีห์ พระพุทธรูปสำคัญ ภายในพระอุโบสถ หลังจากเมื่อวานนี้ มีพระราชพิธี บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ฐานองค์พระพุทธชินสีห์ ภายในพระอุโบสถ ของวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

พระเทพวิสุทธกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เปิดเผยว่า ปกติทางวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไป ได้เข้ามากราบสักการะ พระพุทธชินสีห์ เป็นประจำอยู่แล้ว และในโอกาสนี้ ก็จะได้เปิดให้ประชาชนได้เข้ากราบพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วย ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. และปกติทางวัดได้มีการทำวัตรเช้า และทำวัตรเย็นสวดมนต์ กันตามปกติ แต่จากนี้ไปในช่วง 2 ทุ่ม ก็จะทำการสวดมนต์ ถวายเป็นพระราชกุศลให้กับในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วย

ทั้งนี้ สำหรับประชาชน ที่มากราบสักการะ พระบรมราชสรีรางคาร ทางคณะสงฆ์วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ได้จัดเตรียมแผ่นภาพ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นอิริยาบท ที่พระองค์เสด็จทูลลาสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เพื่อแปรพระราชฐาน โดยสมเด็จพระสังฆราชตั้งพัดยศถวายพระพร ในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ซึ่งได้เตรียมไว้แจกจ่ายให้แก่ผู้ที่มากราบสักการะ พระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วย

นายกฯ ติดตามน้ำท่วมใกล้ชิด ห่วงผู้ประสบภัย สั่งเร่งช่วยเหลือ

นายกรัฐมนตรี ติดตามน้ำท่วมใกล้ชิด ห่วงผู้ประสบภัย สั่งเจ้าหน้าที่เร่งช่วย-ขอประชาชนร่วมมือ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดยได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า โดยภาพรวมน้ำในภาคเหนือมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่ำ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นบางพื้นที่ พร้อมได้กำชับผ่านกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหม ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดอื่น ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผู้นำหน่วยทหารในพื้นที่ที่จะต้องรับน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ ให้แจ้งเตือนประชาชน จัดตั้งศูนย์อพยพหรือพักพิงชั่วคราวตามแผนเผชิญภัยพิบัติ ให้ออกปฏิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงผู้ประสบภัยเป็นอย่างมาก แต่ได้ขอความเห็นใจและความร่วมมือจากประชาชนในการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากส่วนราชการได้ร่วมกับท้องถิ่นวางแผนการทำงานไว้อย่างดีพอสมควรแล้ว เช่น การวางกระสอบทรายบริเวณประตูน้ำป้องกันไม่ให้น้ำไหลเอ่อท่วม 2 ฝั่งคลองระบายน้ำ แต่พบว่ามีประชาชนบางส่วนขนย้ายกระสอบทรายไปใช้ในพื้นที่ของตนเอง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่และประชาชนพูดคุยทำความเข้าใจกันให้เกิดความชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมากขึ้น

ฮีโร่ตัวจริง! ตำรวจฝ่ากระแสน้ำ ช่วยเด็กถูกน้ำป่าซัด รอดปาฏิหาริย์

“ร.ต.ท.ประเสริฐ” เผย นาทีชีวิต! ฝ่ากระแสน้ำป่าลากเพชรบูรณ์ ช่วยเด็กถูกน้ำซัดพลัดตกคลอง รอดปาฏิหาริย์

ร.ต.ท.ประเสริฐ สมรูป รอง สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยโดยเล่าถึงนาทีชีวิตที่เข้าให้การช่วยเหลือเด็กชายถูกน้ำป่าซัด ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานที่ผ่านมา ช่วงเวลา 17.30 น. โดยในพื้นที่เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำป่าหลากซัดกลุ่มเด็กอายุประมาณ 11-12 ปี ที่เดินเล่นอยู่บริเวณกลางสะพานเหล็ก ทางเชื่อมถนนหมู่บ้านทุ่งตีนผา หมู่ที่ 8 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จนเด็กชาย 1 คนในกลุ่มถูกน้ำซัดตกลงไปในคูคลอง ลอยไปติดท่อนซุงกิ่งกระถิน กลุ่มเพื่อนจึงร้องตะโกนร้องให้คนช่วย ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง จึงประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้การช่วยเหลือ เนื่องจากน้ำป่าหลากไหลเชี่ยว

โดยเมื่อตนเองมาถึง ก็ได้ใช้เชือกผูกบริเวณเอว ก่อนฝ่ากระแสน้ำลงไปช่วยเหลือเด็กชายคนดังกล่าว โดยการใช้เชือกมัดบริเวณเอวของเด็ก กระตุกดึงช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย และส่วนตัวก็ดีใจเป็นอย่างมากที่สามารถช่วยเด็กให้รอดชีวิตมาได้

ขณะที่ เด็กชายผู้ประสบเหตุ ระบุทั้งน้ำตาและอาการสั่นเทา หลังรอดชีวิต “คิดว่าตัวเองคงตายแน่ แต่ต้องสู้เพื่อหาทางรอด” จึงตัดสินใจกัดฟันเกาะท่อนซุงกิ่งกระถินแน่น จน ร.ต.ท.ประเสริฐ เข้าให้การช่วยเหลือและล่าสุดอาการปลอดภัย รวมถึงสถานการณ์ในพื้นที่ก็คลี่คลายลงแล้ว

รวบ 3สาวแก๊งคอลเซนเตอร์ไต้หวันหลอกโอนเงิน

กองปราบ รวบ 3สาว แก๊งคอลเซนเตอร์ไต้หวัน หลอกเหยื่อโอนเงิน พบของกลางมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท -เร่งขยายผลเครือข่ายเพิ่ม

ตำรวจกองปราบปราม นำกำลังจับกุมตัว น.ส.เฉิน อี้ โชว (Miss Chen Yi-Hsui) อายุ 27 ปี /น.ส.เซ ยู่ หัน (Miss Hsieh Yu-Han) อายุ 44 ปี และ น.ส.เซ ยู่ ชุน (Miss Hsieh Yu-Chun) อายุ 22 ปี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวัน ในข้อหาร่วมกันใช้ มีไว้ เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

โดยการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่อง ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.ได้รับการประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สายงานป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ว่า พบพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรศัพท์ไปหลอกลวงประชาชน โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐขอตรวจสอบบัญชีธนาคาร เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ก็จะถูกหลอกให้ไปทำธุรกรรมหน้าตู้เอทีเอ็ม เพื่อโอนเงินไปให้คนร้าย ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วหลายราย เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก

ชุดสืบสวน จึงวางแผนติดตาม จนกระทั่งพบผู้ต้องสงสัยเป็นหญิงสาวชาวต่างชาติ 3 คน ทั้งหมดมีพฤติการณ์ยืนรอที่หน้าตู้เอทีเอ็มย่านลาดพร้าวเป็นเวลานาน และมีการกดเงินสดออกมาเป็นจำนวนมาก ตำรวจจึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้น พบบัตรเอทีเอ็มธนาคารต่างๆ รวม 7 ใบ เงินสดกว่า 340,000 บาท สลิปธนาคารต่างๆ 23 ใบ จากนั้นได้ขยายผลตรวจยึดบัญชีธนาคารโดยพบว่ามียอดเงินเหลืออยู่กว่า 700,000 บาท

นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนและไต้หวัน ที่เคยจับกุมไว้ได้ก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าน่าจะยังมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีก ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลการจับกุม และจากการสอบสวนเบื้องต้นทั้งหมดให้การรับสารภาพ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย รับไว้ดำเนินคดีต่อไป